side-area-logo
5 เทคนิคสร้างบ้าน “สไตล์โมเดิร์น” ให้เข้ากับสภาพอากาศเมืองไทย

5 เทคนิคสร้างบ้าน “สไตล์โมเดิร์น” ให้เข้ากับสภาพอากาศเมืองไทย

ต้องยอมรับเลยว่าในปัจจุบันแบบบ้านที่ได้รับความนิยมเป็นอย่างมานั้นคือแบบบ้าน “สไตล์โมเดิร์น (Modern Style)” ที่โดดเด่นด้วยรูปทรงของบ้านที่มีลักษณะเป็นกล่อง หลังคาแบน ดีไซน์ภายนอกดูเรียบง่าย มีการนำกระจกมาใช้เป็นส่วนประกอบอาคารค่อนข้างมาก เพื่อให้เกิดความโล่งโปร่งของพื้นที่ภายในที่เชื่อมต่อกับพื้นที่ธรรมชาติภายนอกและใช้ประโยชน์จากแสงสว่างตามธรรมชาติ ในวันนี้แอดมินจะขอเสนอ 5 เทคนิคสร้างบ้าน สไตล์โมเดิร์น ให้เข้ากับสภาพอากาศเมืองไทย ทั้งภายในและภายนอกให้เหมาะสมกับสภาพแวดล้อม และภูมิอากาศที่ร้อนชื้นของประเทศไทยกันค่ะ

จัดรูปทรงและทิศทางอาคารให้เหมาะสม

การจัดวางผัง รูปร่าง และความสูงของบ้าน ร่วมกับพื้นที่ใช้สอยทั้งภายในและภายนอกให้เหมาะสมกับทิศทางแดด ลม และฝน ย่อมช่วยให้เกิดร่มเงาสำหรับการใช้สอยพื้นที่และลดปริมาณความร้อนที่เข้าสู่อาคาร ควรจัดวางตำแหน่งห้องในบ้านที่ใช้ในแต่ละช่วงเวลาให้สัมพันธ์กับทิศทางของแสงแดด เช่น การจัดวางพื้นที่ห้องอาหารซึ่งคนในบ้านส่วนใหญ่อยู่ร่วมกันในตอนเย็น ในตำแหน่งบ้านทางด้านทิศเหนือ หรือทิศตะวันออก โดยให้ต่อเนื่องกับส่วนของระเบียงที่ได้ร่มเงาจากตัวบ้านที่ช่วยบังแสงแดด เป็นต้น

สร้างร่มเงาให้กับอาคาร

หากตำแหน่งห้องภายในบ้านที่มีผนังกระจก หรือหน้าต่างบานใหญ่ถูกจัดวางให้อยู่ในตำแหน่งที่ต้องได้รับความร้อนจากแสงอาทิตย์เป็นเวลานาน ควรออกแบบโดยการสร้างร่มเงาให้กับอาคารอย่างเหมาะสม และเข้ากับสไตล์ของบ้าน เช่น การออกแบบอาคารชั้นบนให้ยื่นล้ำเพื่อให้ร่มเงาแก่ช่องหน้าต่างชั้นล่าง การใช้แผงกันสาดแบบระแนงแนวนอนเหนือช่องเปิดของบ้านกล่องที่ไม่มีชายคาทางด้านทิศใต้ การติดตั้งแผงกันแดดแนวตั้งที่ผนังหรือช่องแสงทางด้านทิศตะวันตก เป็นต้น

การนำแสงธรรมชาติ และร่มเงาจากต้นไม้มาใช้อย่างเหมาะสม

การสร้างบ้านให้มีตำแหน่งของผนังกระจก หรือหน้าต่างบานใหญ่ให้อยู่ทางด้านทิศเหนือของบ้านซึ่งไม่ได้รับแสงแดด และความร้อนจากแสงอาทิตย์โดยตรง ร่วมกับการลดทอนความสว่างของแสงด้วยต้นไม้เพื่อเพิ่มร่มเงา ซึ่งช่วยสร้างบรรยากาศให้เกิดความรู้สึกสบายตาได้

การระบายอากาศด้วยวิธีธรรมชาติ

การสร้างบ้านให้มีตำแหน่งช่องหน้าต่างที่เหมาะกับทิศทางลมประจำฤดู คือทิศตะวันออกเฉียงเหนือ และทิศตะวันตกเฉียงใต้ สำหรับพื้นที่บ้านแถบชานเมือง เป็นการช่วยลดการใช้พลังงานไฟฟ้าจากเครื่องปรับอากาศได้ แต่หากเป็นพื้นที่ในเมืองจำเป็นต้องคำนึงถึงปัจจัยเรื่องมลภาวะต่าง ๆ ของสภาพแวดล้อมในแต่ละพื้นที่ด้วย

การเลือกใช้วัสดุที่มีผลต่อการถ่ายเทความร้อนเข้าสู่อาคาร

รูปแบบของความร้อนที่เข้าสู่อาคาร ได้แก่ การสะท้อนความร้อน การพาความร้อน การนำความร้อน และการแผ่ความร้อน ดังนั้น วัสดุประกอบอาคารจึงเป็นส่วนสำคัญในการช่วยลดความร้อนเข้าสู่อาคาร ควรเลือกวัสดุที่มีคุณสมบัติเหมาะสมกับตำแหน่งที่นำไปใช้ เช่น เลือกใช้วัสดุผนังก่อที่มีคุณสมบัติหน่วงความร้อน ร่วมกับพื้นผิวภายนอกที่สะท้อนความร้อนได้ในปริมาณที่เหมาะสม การติดตั้งฉนวนสะท้อนความร้อน และหน่วงความร้อนใต้หลังคา การใช้กระจกสองชั้นที่มีช่องว่างสูญญากาศป้องกันการส่งผ่านความร้อน หรือติดตั้งฟิล์มสะท้อนและป้องกันความร้อนเข้าสู่พื้นที่ภายในของกระจกด้านตะวันตก เป็นต้น

ทางที่ดีหากคุณอยากให้บ้านของคุณออกมามีคุณภาพมากที่สุด คุณอาจจะต้องปรึกษากับผู้รู้ หรือบริษัทที่มีความเชี่ยวชาญในด้านการสร้างบ้าน เพื่อความปลอดภัยตามส่วนต่าง ๆ ของบ้านและเพื่อให้บ้านของคุณออกมาสมบูรณ์ได้ตรงใจคุณมากที่สุดกับ Homemax

029186500
admin admin

Leave a reply

error: Content is protected !!