ผนังและหลังคา
 ผนัง
ร้าวแบบไหน ควรย้ายบ้านหนี
รอยร้าวของผนังก่อฉาบ มีหลายสาเหตุโดยอาจแยกประเภทของรอยร้าวได้เป็นสองชนิดคือ
- รอยร้าวที่เกิดจากโครงสร้างมีปัญหา เช่นคานแอ่น ฐานรากทรุด การเกิดรอยร้าวที่ผนัง นับว่าเป็นตัวเตือนภัยที่ดีที่ทำให้เรารีบแก้ไขปัญหาทางโครงสร้าง ตัวอย่างรอยร้าวจากโครงสร้างเช่นการร้าวทะแยงเฉียงๆ มักจะเกิดจากฐานรากทรุดตัวไม่เท่ากัน รอยร้าวจากโครงสร้างมักเกิดคู่กับอาการทางโครงสร้างอื่นๆ เช่น คานแอ่น พื้นเอียง หากเกิดรอยร้าวประเภทนี้ขึ้นควรปรึกษาวิศวกร ให้หาสาเหตุและทำการแก้ไขเพื่อความปลอดภัยโดยด่วน
- รอยร้าวที่เกิดจากคุณภาพงานก่อฉาบผนังไม่ดี เช่น การแตกลายงา การแตกร้าวที่มุมวงกบประตูหน้าต่าง ฯลฯ รอยร้าวประเภทนี้สามารถซ่อมได้ไม่ยาก (แต่ถ้าจะทำให้ดีต้องใช้ฝีมือพอสมควร) ท่านอาจารย์ยอดเยี่ยมได้เขียนถึงรอยร้าวชนิดต่างไว้ละเอียดดีมากครับ อยู่ในบทความชุดร้อยพันปัญหางานก่อสร้าง (อ่านทาง web ได้โดยดูตาม links ท้ายหน้าแรกครับ)
ร้าวแบบไหน ควรย้ายบ้านหนี -- รอยร้าวที่น่ากลัวคือรอยร้าวจากโครงสร้าง โดยเฉพาะถ้าเป็นแล้วอาการเป็นมากขึ้น คือรอยร้าวค่อยๆกว้างขึ้นยาวขึ้นอย่างรวดเร็ว ต้องรีบแก้ไขโดยด่วนที่สุด และถ้าจำเป็นอาจต้องรีบย้ายออกรักษาชีวิตไว้ก่อนครับ
อิฐมอญ vs อิฐบล็อค จะใช้อย่างไหนดี
อิฐมอญนั้นใช้กันมานานแล้ว ส่วนอิฐบล็อคจะเบากว่า ทำงานได้เร็วกว่า ราคารวมถูกกว่าเล็กน้อย ข้อเสียคือ
- การตอกตะปู ยึดพุกต้องทำที่ปูนก่อหรือเสาเอ็นคานเอ็น ซึ่งถ้าเป็นผนังฉาบปูนด้วยเล็งหาตำแหน่งยากเหมือนกัน ส่วนผนังเซาะร่องหาจุดเจาะพุกไม่ยากครับ
- หากเกิดน้ำรั่วเข้าผนัง น้ำจะซึมกระจายตัวได้ดีกว่าอิฐมอญ
- บล็อกที่ขายกันทั่วไปคุณภาพต่ำ บางกว่า (เช่นขนาดความหนา 7 ซม จะเหลือ 6-6.5 ซม) มือทุบแตก หล่นก็แตก
ความแข็งแรงของผนังอิฐมอญจะดีกว่า ผนังภายนอกน่าจะใช้เป็นอิฐมอญ ผนังภายในลองพิจารณาข้อดีข้อเสียดูเทียบกับราคาที่ผู้รับเหมาเสนอ ราคาจะต่างกันไม่มาก แต่ข้อเสียของผนังอิฐบล็อกก็ไม่ถึงกับเลวร้ายมากนักครับ ถ้าต้องการความมั่นใจใช้อิฐมอญครับ
ทำไมชอบร้าวกันที่มุมวงกบ
รอยร้าวที่พบบ่อยอย่างหนึ่งคือรอยร้าวมุมวงกบ มีสาเหตุใหญ่สองประการคือ
- ไม่มีเสาเอ็นคานเอ็น ปรกติแล้วรอบวงกบจะต้องมีเสาเอ็นคานเอ็นรับรอบกันการแตกร้าวที่มุม เนื่องจากไม้วงกบมีการยืดหดตามจาการเปลี่ยนแปลงความชื้น อีกทั้งผนังปูนเองก็อาจจะมีการขยับตัวจากการเปลี่ยนแปลงอุณหภูมิ
- โครงสร้างมีปัญหา ซึ่งจะต้องดูอาการประกอบอื่น เช่น พื้นหรือคาน มีการแอ่นตัวมากหรือเอียง หากพบว่าเป็นปัญหาทางโครงสร้างควรรีบปรึกษาวิศวกร
ที่พบกันบ่อยคือจากสาเหตุในข้อ 1 ดังนั้นในขณะก่อสร้างควรให้มีเสาเอ็นคานเอ็นรัดรอบวงกบด้วยครับ ยกตัวอย่างคือช่องหน้าต่าง โดยทั่วไปต้องมีคานเอ็นใต้หน้าต่างวิ่งจากเสาถึงเสา (ไม่ใช่แค่รอบๆ) ข้างๆวงกบเป็นเสาเอ็นตลอดความสูงของวงกบ และเหนือวงกบเป็นคานเอ็นวิ่งจากเสาถึงเสาเช่นกัน การฉาบปูนในส่วนคานเอ็นและเสาเอ็นต้องมีการสลัดดอกเช่นเดียวกันการฉาบเสาคานครับ
หลังคา
โครงหลังคาเป็นไม้หรือเป็นเหล็กดี กลัวเหล็กเป็นสนิม
จะใช้วัสดุอะไร หากออกแบบมาดี ก่อสร้างดี ก็แข็งแรงได้ทั้งนั้นครับ ตามที่นิยมใช้กันในปัจจุบันโครงหลังคาจะเป็นโครงเหล็กเนื่องจากทำได้ ราคาถูกที่สุด โดยทั่วไปแบบมักจะออกมาดีอยู่แล้ว แต่ต้องระวังตอนก่อสร้าง (เหมือนงานส่วนอื่นๆ แหละครับ ตอนทำคุมยากกว่า) ผมมีข้อแนะนำดังนี้
- ตอนออกแบบโครงสร้าง วิศวกรมักนิยมใช้เหล็กความหนา 2.3 มม. และ 3.2 แต่ ตอนก่อสร้างจริง เหล็กที่ส่งมาจากผู้จำหน่ายอาจมีความหนาเพียง 1.6-1.8 มม. เท่านั้น (พบเห็นได้ไม่ยาก) แล้วพิมพ์ silk screen ว่าเป็นเบอร์ 2.3 (หรือประมาณ 2.5 สำหรับ 3.2 ) ทำให้โครงสร้างแข็งแรงน้อยกว่าที่ได้คาดคิดไว้ ควรจะมีการตรวจสอบชั่งน้ำหนักหน้างานครับ
- รอยเชื่อมต่อสำคัญมาก รอยเชื่อมที่แปวางบนจันทันต้องเดินรอยเชื่อมยาว บางทีช่างมักง่ายเชื่อมแต้มเป็นจุดๆไว้เฉยๆ
- ควรมีการทาสีกันสนิมด้วย เพื่อยืดอายุการใช้งาน ครับ
ส่วนโครงหลังคาไม้ต้องระวังเรื่องปลวกครับ แต่ตอนนี้คงใช้กันน้อยเนื่องจากไม้แพง
วัสดุมุงหลังคาจะใช้ซีแพ็คโมเนีย หรือ กระเบื้องลอนคู่ดี
ผมเอาซีแพ็คโมเนียเป็นตัวฐานในการเปรียบเทียบ เนื่องจากเป็นมาตรฐานที่ใช้กันทั่วไป กระเบื้องลอนคู่ หรือ กระเบื้องซีเมนต์ใยหิน ข้อดีราคาถูกเหมาะสมกับสภาพเศรษฐกิจ เบา ทำงานได้เร็ว ช่วยลดโครงสร้างหลังคา และน้ำหนักที่ลงโครงสร้างและฐานราก สามารถใช้ความชันหลังคาได้ต่ำ 15 องศา ปัจจุบันมีสี รูปร่างลอน ความยาวให้เลือกได้บ้าง แม้จะไม่มาก แต่ก็พอเล่นได้ ข้อเสียคือหลายๆยี่ห้อไม่ค่อยทนครับ (ถึงจะเป็นรุ่นที่ดีแล้วก็ยังไม่เท่าซีแพ็คโมเนีย) และรูปลักษณ์ที่ปรากฎนั้นคงแล้วแต่สายตาของแต่ละคน การเลือกใช้คงดูที่งบประมาณ ความคงทน และรูปลักษณ์ที่ต้องการครับ
ทำหลังคาอย่างไรให้ทน
ปรกติหลังคาบ้านจะไม่ต้องบำรุงรักษาอะไร ถ้าเนื้อวัสดุดี การติดตั้งถูกต้อง ทำยังไงให้หลังคาทน มีดังนี้
- หลังคาที่ออกแบบโดยวิศวกรจะทน เนื่องจากแปเหล็กไม่ได้ออกแบบให้เพียงอยู่ได้ แต่ต้องคำนึงถึงการแอ่นตัวของหลังคา (แอ่นมากๆน้ำเข้า) การให้มี SAG ROD และ DIAGONAL TIE กันแปโย้ หลังคาบิดเบี้ยวเมื่อมีลมพายุ แต่ถ้าหลังคาเล็กๆก็อย่าเพิ่งคิดมาก
- กระเบื้องลอนคู่ ลอนเล็ก ลอนใหญ่ ซึ่งเป็นวัสดุซีเมนต์เสริมใยหิน ของแต่ละยี่ห้อคุณภาพเนื้อไม่เหมือนกัน อยากอยู่ทนทานต้องลองสังเกตสัตว์ที่มีอายุยืนนาน หนา 5 มิลลิเมตร แพงกว่าแต่ทนกว่า
- แปเหล็กตามแบบ พอช่างไปสั่งจากร้านเหล็ก หรือคุณไปซื้อเอง เช่นขนาด C 100x50x20x2.3 หมายความว่าหนา 2.3 มิลลิเมตร ซึ่งจะหนัก 4.06 กก./ม. หรือท่อนละ 24.36 กก. แต่ลองชั่งดูเถอะครับจะหายไปประมาณ 20-30 % ให้คุยกับร้านเหล็กตรงๆเลยว่าเท่าไหร่ก็บอกมา (จะคอยชั่งนะ) ให้ใช้เหล็กจากโรงงานที่มีมาตรฐานน้ำหนักไม่ตกดีกว่าครับ
- ทาสีรองพื้นและกันสนิมด้วย
- การเจาะรูกระเบื้องซีเมนต์ใยหิน ให้ใช้สว่านเจาะ ช่างมักง่ายจะใช้ตะปูตอก ซึ่งถ้าไม่ร้าวก็น้ำรั่วได้ครับ ถึงก็ไม่ควรทำ 6.ตอนใช้ คอยสำรวจตรวจตราอยู่เสมอ ถ้ามีการเป็นสนิม หรือ สีกันสนิมหมดอายุ ควรซ่อมแซมทาใหม่ครับ
ที่มา : http://se-net/stonebase
|