ฟ้า ไฟ้ฟ้า


แสงกระเจิงจากท้องฟ้าให้ความสบายตามากกว่า แสงจากหลอดไฟฟ้า ลมธรรมชาติคืออากาศที่หายใจได้สบายที่สุด อาคารจึงควรอิงธรรมชาติเป็นหลัก แล้วค่อยเสริมด้วยอุปกรณ์ต่างๆเท่าที่จำเป็น


  • ลมฟ้าอากาศ
  • เรือนไทย
  • ง่ายๆแต่ได้ผล (เทคนิคระบายความร้อนหลังคาเปิด ไม่มีฝ้า)


ลมฟ้าอากาศ

ในการออกแบบสิ่งก่อสร้าง เราต้องคำนึงถึงปัจจัยที่เกี่ยวข้องต่างๆเช่น การใช้งาน การเลือกใช้วัสดุโครงสร้าง สภาพดินฐานราก รูปลักษณ์ภายนอก และสิ่งหนึ่งที่สำคัญมากเลยก็คือสภาพภูมิอากาศบริเวณที่ตั้งของโครงสร้างนั้นๆ หากละเลยไปโดยใช้รูปแบบสถาปัตยกรรมจากต่างถิ่นเข้ามา อาจจะได้สิ่งก่อสร้างที่ไม่เหมาะแก่การใช้งาน หรือมีปัญหาตามมาได้ เรามาดูกันครับว่าสำหรับสภาพอากาศแบบเมืองไทย เราจะรับมืออย่างไร

ประเทศไทยเราอยู่ในพื้นที่ที่เรียกว่า Green Belt ของโลก คืออยู่ใกล้เส้นศูนย์สูตร มีสภาพอากาศร้อนชื้น แดดแรง ฝนชุก ภูมิประเทศดั้งเดิมส่วนใหญ่เป็นป่า ถ้าพูดภาษาฮวงจุ้ยต้องบอกว่ามีพลังแสงอาทิตย์ เอี๊ยง(หยาง)มาก แต่ก็มีต้นไม้คอยซับพลังลดความร้อนไปได้มาก เป็นสภาพที่สมดุลย์ตามธรรมชาติ ปัญหาเริ่มเกิดขึ้นเมื่อเราพัฒนาเมืองโดยละเลยความสำคัญของสภาพแวดล้อมทางธรรมชาติ พื้นที่ซึ่งแต่เดิมเต็มไปด้วยต้นไม้คอยซับพลังงานความร้อนเปลี่ยนเป็นใบไม้กิ่งไม้ผลไม้ต่างๆไม่มี กลายเป็นผิวคอนกรีตที่รับแดดมาแล้วคายความร้อนให้กับบรรยากาศ เราจึงต้องหันไปพื่งเครื่องปรับอากาศ ซึ่งเป็นการแก้ปัญหาปลายเหตุที่ไปเพิ่มความร้อนให้กับอากาศ ซ้ำยังมีความร้อนจากรถยนต์เข้ามาอีก อากาศในเมืองจึงเหมือนนรกดีๆนี่เอง

การแก้ปัญหาอย่างแท้จริงคือการวางผังเมือง และการออกแบบสิ่งก่อสร้างอย่างเข้าใจธรรมชาติ สำหรับอาคารที่อยู่ในเมืองริมถนนผมยอมรับว่ายากที่จะไม่ใช้เครื่องปรับอากาศ เนื่องจากมลภาวะทางอากาศมาก แต่ถ้าอยู่ในซอยก็พอเป็นไปได้ ยิ่งพื้นที่ชานเมืองที่ยังมีทุ่งหญ้าป่าละเมาะอยู่นี่เหมาะมากครับ มีหลักการบางอย่างเช่น


  • ลดความร้อนจากแสงอาทิตย์ที่จะเข้าสู่อาคาร ซึ่งดีที่สุดคือการใช้ร่มไม้ รองลงมาจุดที่ร่มไม้ไม่สามารถคลุมได้ก็ใช้เป็นกันสาด ครีบกันแดดต่างๆ และผนังอาคารในจุดที่ไม่เหมาะที่จะมีสิ่งปกคลุมจริงๆ อาจจะใช้ฉนวนความร้อนเข้าช่วยหรือบล็อคคอนกรีตมวลเบา
  • ให้มีการไหลเวียนของอากาศภายในอาคาร คือตัวอาคารควรจะมีหน้าต่าง ช่องเปิดมากพอ และมีในทุกด้าน เพื่อให้อากาศไหลเวียนได้ทั่วถึง
  • ในจุดที่เกิดความร้อนมาก เช่นห้องครัวที่มีตู้เย็น มีเตาทำอาหาร ควรติดพัดลมระบายอากาศให้พอเพียง
  • พื้นที่รอบอาคาร ให้มีร่มไม้มากที่สุด ซึ่งจะทำให้อากาศโดยรอบเย็นลง ส่งผลถึงอากาศที่ไหลเวียนเข้ามาในอาคารด้วยครับ
  • บ่อน้ำใกล้ๆกับอาคาร ถ้ามีพื้นที่พอ แต่ต้องระวังครับ ต้องดูทิศทางหากผิวน้ำอาจจะสะท้อนแดดเข้าอาคาร ต้องมีร่มไม้กันแดดสะท้อนนี้ด้วย

สุดท้ายแล้วถ้าเราพยายามออกแบบการกันความร้อนให้กับอาคารเท่าที่จะทำได้ ก็อาจยังต้องใช้เครื่องปรับอากาศอยู่ดี แต่อย่างน้อยก็ทำให้เราพึ่งเครื่องปรับอากาศน้อยลง อากาศเย็นเร็ว ประหยัดค่าไฟฟ้า หรือเราจะเปิดเครื่องปรับอากาศในช่วงกลางวันถึงบ่ายที่ร้อนมากๆเท่านั้น ดังนั้นการพัฒนารูปแบบสิ่งก่อสร้างในประเทศเราต้องช่วยกันสร้างขึ้นมาเอง จะลอกเลียนแบบชาวต่างชาติมาไม่ได้ครับ ความจริงเราก็มีตัวอย่างที่ดีอยู่แล้วก็คือบ้านแบบเรือนไทย สถาปัตยกรรมโบราณของเราเองน่าจะใช้ได้โดยการปรับเปลี่ยนรายละเอียดให้เข้ากับวัสดุที่มีในปัจจุบัน แล้วมาดูกันในเรื่อง "เรือนไทย" ครับ

เรือนไทย

รูปแบบของเรือนไทยเป็นเรือนหมู่ อยู่ภายในรั้วเดียวกัน เรือนแต่ละหลังเชื่อมกันด้วยลานภายนอกเรียกว่า "นอกชาน" รูปทรงอาคารเป็นชั้นเดียวยกพื้น หลังคาทรงสูง ชายคายื่นยาว มีรูปร่างสัดส่วนที่แน่นอนตามประเพณี บรรยากาศโดยรอบร่มรื่นด้วยต้นไม้ นับเป็นสถาปัตยกรรมที่เหมาะสมกับภูมิอากาศอย่างแท้จริง ตามรูปเป็นเรือนทับขวัญ ในพระราชวังสนามจันทร์

ที่ได้กล่าวมาแล้วในบทความเรื่อง "ลมฟ้าอากาศ" นั้น เป็นหลักการ ส่วนบทความนี้จะเป็นตัวอย่างโดยเปรียบเทียบกับเรือนไทยประเพณีของภาคกลาง อันเป็นรูปแบบที่เหมาะกับสภาพอากาศในบ้านเรา ดังนี้ครับ










รูป ลักษณะของเรือนไทย การประยุกต์ในปัจจุบัน


เรือนทับขวัญ

  • หลังคาทรงสูงเพื่อกันน้ำรั่ว (มุงด้วยกระเบื้องเกล็ด) และระบายอากาศร้อนออกทางแผ่นกระเบื้อง
  • ชายคายื่นยาวกันแดด
  • ผนังเป็นไม้ ไม่เก็บความร้อน
  • ผนังรั้วกึ่งโปร่งเพื่อให้มีอากาศไหลเวียน
  • บรรยากาศโดยรอบร่มรื่นด้วยต้นไม้ เพื่อให้อากาศรอบๆไม่ร้อน

  • ทรงหลังคาอาจจะใช้ทรงสูงเช่นเดิม หรือใช้ความลาดชันน้อยเท่าที่จำเป็น สำหรับกระเบื้องแต่ละชนิด แต่มีการตีฝ้าบุฉนวนกันความร้อน
  • ชายคาใช้วัสดุกระเบื้องที่ใช้ในปัจจุบัน แต่ไม่จำเป็นต้องชันมาก เพื่อทัศนียภาพที่เปิดโล่งกว่า ชายคาเป็นผืนหลังคาต่อเนื่องมาจากหลังคาหลัก เพื่อให้โครงสร้างง่ายไม่ซับซ้อน
  • ผนังที่โดนแดดมาก -- ผนังปูนมีการหุ้มด้วยฉนวนอีกชั้น หรือใช้คอนกรีตมวลเบา หรือผนังโครงเคร่าเหล็กมีฉนวนความร้อนภายใน
  • ผนังรั้วกึ่งโปร่ง โดยใช้บล๊อคช่องลม หรือ รั้วโครงเหล็ก
  • ปลูกต้นไม้รอบอาคารเช่นเดียวกัน


เรือนไทยภายในอุทยาน ร.2

  • ด้านหน้าเป็นพื้นที่เปิดโล่ง สำหรับทำกิจกรรมต่างๆ เนื่องจากสภาพพื้นที่โปร่งโล่งสบายกว่าการอยู่ในห้อง
  • พื้นลานไม้กระดานเชื่อมหมู่เรือนไว้ด้วยกันเรียกว่า นอกชาน
  • นอกชานที่กว้าง มักจะเจาะช่องตรงกลางปลูกต้นไม้เป็นร่มเงา

  • ทำเป็นระเบียงหน้าห้องได้ในลักษณะเดียวกัน
  • พื้นลานเชื่อมกลุ่มอาคาร อาจจะเป็นโครงสร้างคอนกรีตเสริมเหล็ก เพื่อความคงทน แต่ต้องมีร่มไม้ปกคลุมทั่วเพื่อไม่ให้ร้อน
  • เว้นช่องปลูกต้นไม้ได้เช่นกัน
  • หรืออาคารสร้างบนพื้นดินไม่ต้องยกพื้น


เรือนไทยในวังสวนผักกาด

  • ผนังไม้เรียกว่า "ฝาปะกนลูกฟัก" เป็นวัสดุไม่สะสมความร้อน
  • ผนังเอียงเข้าหากันเล็กน้อยเพื่อความมั่งคงของโครงสร้าง
  • ช่องหน้าต่างสูง เพื่อให้ระบายอากาศได้ดี

  • ผนังปูนส่วนที่ไม่โดนแดด ส่วนที่โดนแดด อาจจะใช้ผนังโครงคร่าวเหล็ก แทรกด้วยฉนวนความร้อน หรือคอนกรีตมวลเบา
  • ผนังได้ดิ่งตรง เนื่องจากวัสดุโครงสร้างสามารถยึดกันได้ดีพอ
  • ช่องหน้าต่างกว้างเพื่อการระบายอากาศเช่นกัน


เรือนไทยภาคกลาง ศูนย์ศิลปาชีพบางไทร

  • เรือนครัวใช้ผนังไม้ไผ่ขัดแตะ เพื่อระบายควันและความร้อนจากเตาไฟ

  • ห้องครัวมีช่อหน้าต่างมากพอ มีเครื่องดูดควันสำหรับการทำครัวหนัก

ง่ายๆแต่ได้ผล

ปรกติเวลาที่เค้าสร้างเพิงหลังคาแบบง่ายๆเป็นโครงหลังคาเปิดโล่งเลย เมื่อกระเบื้องหลังคาโดนแดดจะทำให้อุณหภูมิของแผ่นกระเบื้องสูงขึ้น แล้วแผ่รังสีความร้อนลงมาสู่พื้นที่ใต้หลังคา สถานะการณ์เช่นนี้พบเห็นได้ทั่วไป การแก้ปัญหาโดยการตีฝ้าปิดและบุฉนวนความร้อนภายในย่อมช่วยกันความร้อนได้เป็นอย่างดี แต่ค่าก่อสร้างคือฝ้าและฉนวนความร้อนอาจจะสูงเกินไปสำหรับหลายๆคน การแก้ปัญหาโดยการพ่นน้ำบนหลังคาผมคิดว่ายุ่งยากไปหน่อย ตัวอย่างในรูปผมไปเจอที่ร้านอาหารแห่งหนึ่งซึ่งสามารถลดความร้อนได้ผลดีครับ

การใช้พัดลมเป่าระบายความร้อนใต้ผิวกระเบื้องหลังคา ทำให้อุณหภูมิแผ่นกระเบื้องลดต่ำลงใกล้เคียงกับอุณหภูมิอากาศโดยรอบ แผ่นกระเบื้องจะไม่แผ่รังสีความร้อนออกมามาก ตามรูปเป็นการติดตั้งแบบง่ายๆ ซึ่งความจริงพัดลมควรเป็นแบบที่มีกรงกั้นโดยรอบเพื่อความปลอดภัย

อีกอย่างหากหลังคาไม่สูงมาก ควรจะหาทางปลูกต้นไม้ข้างๆพื้นที่หลังคาโดยรอบ หรือบางครั้งมีต้นไม้ใหญ่อยู่เดิมในพื้นที่ที่จะทำหลังคาก็ไม่ควรตัดครับ เราสามารเจาะช่องเว้นไว้ให้ลำต้นทะลุขึ้นไปบนหลังคา ร่มไม้เป็นตัวกันความร้อนจากแดดได้ดีที่สุดกว่าเทคนิคทางช่างที่มีอยู่ทุกชนิดครับ


ไม้ « นานาสาระบ้าน » น้ำ ห้องน้ำ